จากเศรษฐกิจซบเซาสู่อนาคตสีเขียว

ศ. ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร
ภาคีสมาชิก

จากกลางทศวรรษ ๒๕๕๐ การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มถดถอย ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนทั้งหมด ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา และสงครามการค้า อีกส่วนเป็นปัญหาโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยเอง ซึ่งต้องการแนวนโยบายใหม่ๆ  รัฐบาลมีแผนการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศให้ลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคตามนโยบายThailand 4.O เพื่อส่งออก ดูใหม่แต่หากเกิดขึ้นจริง อาจไม่พอเพียง เพราะขาดความเชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆของเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะต่อภาคเกษตร ในสภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ภัยแล้ง และปัญหาโลกร้อนที่ทำให้อากาศแปรปรวนไม่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจเกษตร รายได้ภาคเกษตรจะยิ่งถดถอย จนยากที่จะออกจากความซบเซา แต่จะส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำ และจำนวนคนยากจนเพิ่มสูงขึ้น  ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า  หากมองปัญหาโลกร้อนเป็นโอกาสที่จะส่งเสริมและขยายการลงทุนสู่เศรษฐกิจสีเขียวหลายรูปแบบ เช่น สร้างแหล่งพลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ เกษตรนิเวศ เมืองสีเขียว การขนส่งสีเขียว ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขา ระบบนิเวศชายฝั่งและทะเล พลังงานทดแทนการใช้ฟ้าางของเศรษฐกิจสีเขียวะการบริการต่างๆใน มีเป้าสร้างงานสร้างอาชีพชุมชนที่มั่นคง  โดยมีแผนที่นำทางที่ชัดเจน เพื่อการปรับตัว จะสามารถฉุดเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นได้ และปรับตัวรับมือกับปัญหาโลกร้อน ประหนึ่งยิงปืนนัดเดียวได้ทั้งเศรษฐกิจเติบโต สร้างงาน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมและเมืองน่าอยู่  และช่วยลดโลกร้อนไปพร้อมกัน

Academy of Moral and Political Sciences

สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา

View all posts by Academy of Moral and Political Sciences →